Front-End / Back-End / Full-Stack คืออะไร?

ทันทีที่เราเปิด Internet พิมพ์ URL ของ website กดเข้าปั๊บ … เว็บไซต์ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเรานั้น โหลดข้อมูลมหาศาลมาแสดงผลภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แถมบางเว็บไซต์ ตัวเว็บยังมีการประมวลผล คิดนู่นคิดนี่ เยอะแยะมากมาย ก่อนที่จะมีการแสดงผลให้เราได้ชมกัน

ทราบไหมว่า ก่อนที่เว็บไซต์เว็บนึง จะมาถึงมือเรา ต้องผ่านมือคนผลิตมากี่คนกัน แล้วใครทำหน้าที่อะไรบ้าง?

วงการทำเว็บไซต์ ก็เหมือนกับวงการอื่นๆ Creative Director ก็ทำหน้าที่คนละส่วนกับ Copywriter หรือเอาง่ายๆ ชาวไร่ก็ไม่เหมือนกับชาวนาครับ (เล่นโง่มาก ถถถถถ)

เรามาดูกันดีกว่าว่า แค่ “เว็บไซต์” เนี่ย มันแตกแขนงไปได้กี่สาย แล้วใครมีชื่อตำแหน่งว่าอะไร แล้วทำอะไรบ้าง

 

Front-End Developer

คนนี้ทำหน้าที่ประดิษฐ์ทุกอย่างที่มีส่วนโต้ตอบกับผู้ใช้หรือผู้ชมครับ ข้อความทุกข้อความ ปุ่มทุกปุ่ม รูปภาพ ขนาดของ elements เว็บไซต์ พอดีกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ไหม อยู่บนโทรศัพท์มือถือแล้วดูแปลกหรือเปล่า คนนี้เลยครับต้องรับผิดชอบ

ทักษะพื้นฐานที่ต้องมีก็คือ ต้องเขียนภาษา HTML / CSS / JavaScript ได้ และถ้าสามารถใช้ Framework สำหรับการแสดงผลบางตัวได้ก็จะดีมาก เช่น AngularJS หรือ ReactJS ครับ ถ้าสามารถเขียน api ดึงข้อมูลจากฝั่ง Back-end มาเชื่อมต่อได้ด้วยล่ะก็ จะเป็นที่ต้องการของตลาดมากๆ เลยทีเดียว

ถ้าเปรียบเทียบกับการสร้างบ้านแล้ว ถ้า Back-End Developer คือ วิศวกร หรือ สถาปนิก ที่ต้องคำนวนโครงสร้างของตัวบ้าน มาให้แข็งแรงและลงตัวแล้ว Front-End Developer ก็จะเป็นเหมือน “มัณฑนศิลป์” ที่จะมาทำหน้าที่ตกแต่งภายใน จัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ให้สวย มีสไตล์ และฟังก์ชั่นเพียบพร้อมนั่นเองครับ!

จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ (ขออภัยหากความจริงแล้วเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่ผมเจอมาอย่างนี้) Front-End Developer ค่อนข้างขาดตลาดครับ ในเมืองไทย ณ ตอนนี้ โดยเฉพาะ Front-End เก่งๆ หายากยิ่งกว่าเพชรเลย เพราะฉะนั้น ถ้ารู้ตัวว่าตัวเองพอจะมีหัวเรื่อง Design อยู่บ้าง และพอจะมีความรู้เรื่อง UI/UX (ออกแบบ Interface ให้สวยงาม และผู้ใช้ไม่เหนื่อย ไม่งง ที่จะใช้งาน) ก็หันมาทางนี้เถอะครับ ตลาดจะได้สมดุลบ้าง

คำเตือน! ขายของ! สำหรับใครที่สนใจจะเป็น Front-End Developer พลาดไม่ได้เด็ดขาดกับคอร์ส Front-End Warrior ของเรานะครับ 🙂

 

Back-End Developer

ก็พอจะเดาได้จากชื่อแล้วนะครับ มีข้างหน้าบ้านก็ต้องมีข้างหลังบ้านครับ … Back-End Developer ทำหน้าที่วางระบบด้านหลังทั้งหมด ข้อมูลจะวิ่งจากไหนไปไหน ด้วยวิธีอะไร โครงสร้างเป็นอย่างไร ระบบความปลอดภัย ชนิดของฐานข้อมูลที่ใช้เก็บข้อมูล ฯลฯ

เปรียบกับวงการสร้างบ้าน ก็ วิศวกร นี่เองครับ

เว็บไซต์จะทำงานได้ หรือจะพัง ก็อยู่ที่คนนี้เลยครับ ถ้า Front-End Developer ออกแบบเว็บไซต์ซะสวยเลย แต่พอกดๆ ไปแล้ว เว็บบึ้ม (Error) คนนี้แหละครับ ที่ต้องรับผิดชอบ :p

ทักษะเบื้องต้นที่ใช้ จะเป็นทักษะการเขียน Flow Chart, ER Diagram เพื่อการวางระบบครับ ก่อนจะออกรบจริงๆ ก็ต้องรบบนกระดาษให้ชนะก่อน จริงไหม?

จากนั้น เมื่อมาถึงภาษาที่ใช้เขียน… ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดี หรือโชคร้ายกันแน่ ที่ Back-End Developer นี้ มีภาษาให้เลือกเขียนเยอะแยะไปหมด แต่ละตัวก็จะมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันไป Back-End Developer ที่ดี ก็ควรเลือกภาษาที่เหมาะกับงานที่ใช้ครับ (ถ้าเขียนเป็นหลายภาษานะ) ถ้าให้ไล่ชื่อมาก็เช่น PHP, Ruby, Python, Java หรือกระทั่ง .Net ครับ

นั่นแค่ตัวภาษาเอง ฐานข้อมูลที่ไว้ใช้เก็บข้อมูลอันมหาศาลก็มีให้เลือกอีกมากมาย ข้อดี-ข้อเสีย ไม่เหมือนกันอีกแล้ว ลองไล่ดูครับ: MySQL, Oracle, SQL Server, MongoDB และอื่นๆ อีกมากมาย …

Framework? ก็คล้ายกับ Bootstrap ของฝั่ง Front-End แหละครับ ของเล่น/ตัวช่วย ของฝั่ง Back-end ก็มีให้เลือกเล่นกันจนไม่รู้เบื่อเช่นกัน: Laravel, Rails, Zend, Symfony, CakePHP, CodeIgniter, Spring Framework และอื่นๆ …

คำเตือน! ขายของล่วงหน้า! ไอ้พวกภาษาหรือ Framework ที่ไล่ๆ ชื่อมานี้ ทาง NERD INFINITY มีโครงการทำคอร์สในอนาคตหลายตัวมากครับ จับลูกกะตาดูกันไว้ให้ดีนะครับ ^_^

 

Full-Stack Developer

อธิบายสั้นมากครับ — คนนี้ทำได้ทุกอย่างที่ Front-End และ Back-End ทำได้ครับ รวมอยู่ในตัวคนเดียวเลย

สรุปว่า โลภ นั่นเองครับ จบ ถถถ

 

อ่านกันแล้วอย่าลืมซื้อคอร์ส Front-End Warrior กันด้วยนะครับ ลดราคาถึงวันที่ 20 มิถุนายนนี้เท่านั้นนะ 🙂

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *