ทำดี..ไม่ได้ดี แต่มันก็ต้องทำต่อไป

ชีวิตทุกคน
… ย้ำว่า “ทุกคน”

มันจะผ่านช่วงเวลาแบบนี้ อาจจะหนึ่งครั้ง หรือหลายครั้ง
ที่เรารู้สึกว่า “ทำความดี” ไป ก็ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมา
หรือได้ชั่วกลับมาด้วยซ้ำ

บางทีเราจีบสาว ทำดีกับเขาแทบตาย
เขากลับไม่เคยเหลียวมามองเราเลย
ดันไปชอบอีกคนที่เป็น Bad Boy
ทิ้งเราไปซะอย่างนั้น
ไม่งั้นคงไม่มีประโยคที่ลือกันว่อนว่า “ผู้หญิงชอบคนเลว”

ที่จริงผู้หญิงไม่ได้ชอบคนเลวหรอก มันมีเหตุผลในตัวมันอยู่
แต่เดี๋ยวไว้อธิบายทีหลังแล้วกัน

ประเด็นมันอยู่ตรงที่
เวลาเราพูดถึง “การทำความดี”

เราก็จะนึกถึงการแบ่งแยกฝ่าย ต่อสู้กัน ของฝ่ายสองฝ่าย
เป็นสงคราม
เป็นฝ่ายขาวกับฝ่ายดำ

เป็นตัวการ์ตูนที่บินอยู่บนหัวเรา สองตัว
ตัวนึงใส่ชุดสีขาว มีวงแหวนสีทองบนหัวกะบาล
อีกตัวก็เป็นสีแดงทั้งตัว มีเขา แล้วก็ถือหอกสามง่าม
(ไม่รู้เพราะเหี้ยอะไร sterotype แม่งถึงต้องชัดขนาดนั้น 555)

เราโดนสอนมาแบบนี้แต่เด็ก
หนังทุกเรื่องก็เป็นการต่อสู้กันระหว่าง ฝ่ายดี กับ ฝ่ายร้าย
“ธรรมะ” กับ “อธรรม”
อุลตร้าแมนก็ต้องปราบก็อตซิลล่า
Avenger ก็ต้องฆ่าตัวประหลาด

แต่ในโลกความเป็นจริง…
“ความดี” มันไม่ได้หน้าตาเป็นแบบนั้น
มันไม่ได้หน้าตาเหมือนแบบที่เรารู้จักมาแต่เด็กๆ

มันเป็นอีกแบบเลยครับ…

พอเราพูดชื่อ “ความดี” ออกมา
ทุกคนนึกถึงอะไรบ้างครับ?

สีขาว …
สุภาพ เรียบร้อย …
ไม่เอาเปรียบใคร …
ธรรมชาติ …

เคยสงสัยมั้ยครับ ว่า “ทำดีได้ดี”
มันเป็นแบบนั้นจริงมั้ย?

ทำไมบางที มันก็ไม่จริง วะ …

เคยทำความดีแล้วผิดหวังมากๆ
จนอยากจะไปอยู่ฝ่ายร้ายมั้ยครับ?

ทุกคนก็เคยผ่านจุดนี้กันทุกคน

“กูจะไม่เป็นคนดีแล้ว”

ผิดหวังหนักๆ เปลี่ยนรูป Profile เป็นสีขาวดำ
เริ่มแต่งตัวร็อคๆ ใส่กางเกงขาดๆ (เริ่มที่สร้าง look ก่อน 55)
ไม่เคยกินเหล้า สูบบุหรี่เลย
ก็เริ่มแบบ เอาหน่อยเว้ย … คาบบุหรี่ถ่ายรูปลงเฟส
เริ่มพูดจาไม่มีหางเสียง เสียงกระด้าง ถากถาง ดูถูกคนอื่น

รู้สึกเท่ขึ้นมาทันที เหมือน Jedi ที่เพิ่งโยน Lightsaber สีฟ้าลงเหวทิ้งไป
แล้วไปฝากตัวกับอาจารย์ด้านมืด ขอดาบสีแดงมาถือ
เริ่มฝึกพลังสายฟ้า บีบคอ ฆ่าคนเป็นว่าเล่น

เริ่ม “ทำลายล้าง” แทนที่จะ “สร้างสรรค์”

บางคน (จริงๆ แล้วหลายคนเลย)
ทำแล้วชีวิตก็ไม่ได้ดีขึ้น แถมแย่ลง

แต่บางคน
พอทำแบบที่บอก แล้วชีวิตมันดีขึ้นทันตาเห็น
ก็เลยเลือกเดินทางนี้ไปตลอด
ก็เลยนึกว่า “ฝ่ายร้าย” มันดีกว่า “ฝ่ายดี” อย่างนี้นี่เอง

เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ?
คุณแน่ใจได้ยังไงว่า ชีวิตคุณดีขึ้นเพราะคุณแค่ “ย้ายฝั่ง”
มันอาจจะเป็นเพราะ คุณได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง
และได้พัฒนาตัวเองทางความคิดขึ้นมา แต่คุณอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้

 

ผมถามหน่อย

คุณนิยามคำว่า “คนดี” ของคุณไว้ว่ายังไง?

เวลาเราไปห้าง แล้วเราจะซื้อของสักชิ้น

อ่ะ ผมสมมติ  … ตู้เย็น ก็ได้

เราถามพนักงานขายว่า
“ตู้เย็นอันนี้ดีไหม?”
หรือ
“ตู้เย็นตอนนี้ อันไหนดีที่สุดครับ?”

คำว่า “ดี” ในที่นี้ มันหมายถึง ตู้เย็นอันนี้มี ศีลธรรม หรือเปล่า?
ตู้เย็นอันนี้ มันพูดจาเพราะ มันไม่เอาเปรียบใคร เออดี! เอากลับบ้าน!

… มันไม่ใช่รึเปล่าวะ

คำว่า “ดี” มันมีหลายมุม
มันแปลว่า “มีจริยธรรม” ก็ได้

แต่มันก็แปลว่า “คุณภาพดี” ก็ได้

เสียดายที่เราใช้คำว่า “คนดี” เรียกคนที่ “นิสัยดี” “มีจริยธรรม”
แค่ “นิสัยดี” เราก็เรียกเขาว่า “คนดี” แล้ว

จนติดปาก
จนตั้งนิยามไปอย่างนั้น

“โตขึ้น คุณอยากเป็น คนดี หรือเป็น คนเก่ง ?”
คำถามนี้แม่งโคตรไม่ valid เลยครับ

“คุณดี” มันต้องมี “คุณภาพ” ด้วย

ถ้าคุณไม่เก่งอะไรเลย ทำห่าอะไรไม่เป็นเลย คุณจะเป็น “คนดี” ได้ไงครับ?

ทำไมต้องเลือกด้วยครับ จะเป็น “คนดี” หรือ “คนเก่ง” ยังไงมึงก็ต้องเป็นทั้งคู่อยู่แล้ว อย่าเรื่องมากครับ

ถ้าคุณนิสัยดีชิบหายเลย พูดเพราะ ยิ้มทั้งวัน
แต่ตอนทำงาน คุณยอมให้คนอื่นเอาเปรียบคุณ
เจรจาไม่เป็น ยอมเขาทุกอย่าง
จนขาดทุนย่อยยับ

คุณก็ไม่ใช่คนดีครับ คุณเบียดเบียนตัวเอง

ถ้าคุณนิสัยดีชิบหายเลย นอบน้อมถ่อมตน ขี้เกรงใจ
พูดกับพ่อแม่ ครับๆ ค่ะๆ
แต่ขี้เกียจตัวเป็นขน สันหลังยาว
ไม่เคยคิดจะทำงานอะไรเลย ลำบากพ่อแม่ไปเรื่อยๆ
ทั้งที่พ่อกับแม่ตั้งใจทำงานหาเงินจนเหนื่อยจะตายแล้ว

คุณก็ไม่ใช่คนดีครับ คุณเอาเปรียบคนอื่นอยู่

(อย่าเข้าใจผมผิดนะ ถ้าใครพ่อแม่รวยอยู่แล้ว ไม่ลำบากอะไรเลย
เอาแบ๊งพันมาเผาจุดบุหรี่เล่นได้ ก็เป็นกรณียกเว้นไปครับ สบายใจได้
เนื่องจากไม่มีใครเป็นทุกข์อะไร มันก็แฮปปี้ ผมก็ไม่ได้ใจแคบขนาดนั้น
เพียงแต่จะเตือนเอาไว้ว่า ให้ระวัง accident เอาไว้ครับ
เรือใหญ่ยักษ์แค่ไหนก็ล่มได้ เตรียมตัวไว้ก็ดี
ถึงวันนั้นจะได้เอาตัวรอดได้
ผมไม่ได้พูดมั่ว เห็นมาหลายรายแล้ว)

เพราะฉะนั้น อย่าไปใส่ใจกับลุคภายนอกมากครับ

ถ้าคุณสบายใจที่จะทำรูปขาวดำ คาบบุหรี่โชว์ ทำตัว Badๆ
เพื่อ Defense ตัวเอง จากพวกที่จ้องจะเอาเปรียบคุณ
หรือเพราะคุณอยากได้ลุคเท่ๆ
หรือจะเพราะอะไรก็ตามแต่
คุณก็ทำต่อไป
ผมเข้าใจว่าในบางธุรกิจ หรือบางสังคม
คุณจำเป็นต้องทำแบบนั้น ไม่งั้นจะโดนกลั่นแกล้ง

แต่โดยปกติแล้ว ผมไม่เห็นความจำเป็นที่จะทำแบบนั้น

คุณก็แค่ต้อง “มีคุณภาพ” ขึ้นเท่านั้นเอง

คนเราไม่ได้ทำความดี เพื่อที่จะ “ได้ดี” นะครับ

คนเราทำความดี เพื่ออยู่รอด

ถ้าคุณจะจ้าง Freelance ทำเว็บไซต์สักคน
แล้วมีคนมาเสนอคุณ 3 คน

คนแรก ประวัติดี ไม่เคยเอาเปรียบใคร ทำงานเสร็จตรงเวลา งานดี กลมดิ๊ก เอาใจใส่ Educate คุณตลอดเวลา และเลือกสิ่งที่ดีและเหมาะที่สุดให้คุณ แต่ก็ไม่ยอมให้คุณเอาเปรียบเขานะ อธิบาย scope งานเคลียร์ว่าจบตรงไหน

คนที่สอง ประวัติดี ไม่เคยเอาเปรียบใครเหมือนกัน แต่แม่งยอมคุณทุกอย่างเลย เพราะไม่มีความเป็นผู้นำ คิดเองไม่เป็น ให้คุณแก้งานตามใจชอบ จนเหนื่อย จนขาดทุน จนงานยืด (ซึ่งถ้าคุณไม่เรื่องมาก คุณก็ไม่ผิดอะไรไง เราจ้างเขาเพราะต้องการความรู้ของเขา แต่เขาเสือกไม่มีความรู้ให้คุณ ไม่แนะนำไรเลย งานก็ยืด เหนื่อย สุดท้ายมีสิทธิ์พัง)

คนที่สาม เลวทรามต่ำช้า เคี้ยวหมากฝรั่งระหว่างประขุม พูดจาไม่มีหางเสียง จะเอาตังค์อย่างเดียว ก็ผม Bad Boy อะเพ่ (กลัวไม่ Bad)

 

คำตอบมันชัดอยู่แล้วรึเปล่าครับ ว่าคุณจะจ้างใคร ?

ใกล้จบแล้วครับ ทนอ่านอีกนิดเหอะ

ถ้าภาพในหัวคุณตอนนี้คือ ถ้าลงทุนทำดี 10 ต้องได้ดีคืนมา 10
เลิกฝันเฟื่องเลยครับ เพราะในชีวิตจริง Action ไม่ได้เท่ากับ Reaction

คุณ “ทำดี” ลงไปแล้ว
มันมีเหตุปัจจัยซับซ้อนมากมายหลายอย่าง เกิดขึ้น
ก่อนที่ทุกอย่างจะย้อนกลับมาหาคุณ

คุณอาจจะทำดี
ผิดเวลา
ผิดที่
ผิดคน
ผิดสถานที่
ฯลฯ
เยอะแยะไปหมด

แต่ยังไงคุณก็ต้องทำต่อไปครับ

เพราะอะไรน่ะเหรอ?

เพราะถ้าคุณทำดีแล้วไม่ได้อะไร ก็เสมอตัว มันเป็นเรื่องปกติ

แต่ถ้าคุณยอมทำชั่ว แม้แต่ครั้งเดียว ก็เกินพอ โลกใบนี้แม่งเล่นคุณแน่นอน

โลกนี้มันก็ไม่ยุติธรรมแบบนี้แหละครับ
อย่าถามผมว่าทำไม ผมก็ไม่รู้
ผมโตมาแบบนี้ เรียนรู้มาแบบนี้
ก็โลกมันเป็นแบบนี้อะครับ 555

เพราะฉะนั้น อย่าหยุดทำความดีครับ
ถึงมันได้ดีคืนมาบ้าง ไม่ได้คืนบ้าง มันก็ต้องทำต่อไปครับ

คนที่เขาประสบความสำเร็จ เขาก็ทำกันแบบนี้เป็นเรื่องปกติครับ

ถ้าวันนี้ทำความดี แล้วไม่ส่งผลอะไร ก็ช่างแม่งดิครับ พรุ่งนี้ทำใหม่
ทำให้มันเป็นเรื่องปกติ เหมือนล้างหน้าแปรงฟันอะครับ ทำไมมันต้องเป็นเรื่องใหญ่ด้วยวะ

ไม่ได้แปลกอะไรเลย

อย่าเป็น “คนอ่อนแอ” ที่จะยอมแพ้ชีวิตง่ายๆ
ทำดีไม่เคยได้ดีเลย ใจเสาะ เลิกดีกว่า

แบบนี้ไม่เอาครับ

ค่อยๆ หาไป ว่า “ทำไม”
ผิดคนหรือเปล่า ผิดสถานที่หรือเปล่า
หรือมุมมองเรามันผิดยังไง ตรงไหน

แล้วสักวันคุณจะเจอ Sweet Spot

จุดที่ “พอดี”
จุดที่คุณเรียนรู้ที่คุณจะ “ทำความดี” จนถูกกาลเทศะ ถูกจุดประสงค์ทั้งหมด
จุดที่คุณเป็นทั้ง “คนนิสัยดี” และ “คนเก่ง”

จุดที่จะคุณทำความดี และผลของมันย้อนกลับมาหาคุณรัวๆ ไม่หยุดไม่หย่อน

ถึงวันนั้นคุณจะมีความสุขมาก และจุดนั้นมันมีจริง ผมสาบาน ผมไม่ได้หลอก

 

ผมสรุปแบบเนิร์ดๆ เลยนะ

คนดี 1.0 – นิสัยดีก็พอ ทำอะไรไม่เป็นก็ได้ เดี๋ยวก็มีคนช่วย (ซึ่งแม่งไม่จริง)

คนดี 2.0 – แค่นิสัยดี…ไม่พอ ต้อง “คุณภาพดี” ด้วย เก่งด้วย แกร่งด้วย ถึงจะรอดครับ

 

จัส ดู อิท …

 

มาเป็นคนดี 2.0 กันเถอะ…

🙂

 

tumblr_nphb9i6ums1qksk74o1_500

 

ขออภัยหากบทความมีถ้อยคำไม่สุภาพ จุดประสงค์เพื่อต้องการสร้าง “ความเข้าถึงง่าย” ให้กับหลายๆ Audience Group รวมถึงเป็นถ้อยคำที่เป็นธรรมชาติ (Personal Level Speaking) จากตัวผู้เขียนด้วย

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อ “ทำความดี” ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2016

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *